กินทุเรียนไม่อ้วน

กินทุเรียนไม่อ้วน คนที่กลัวอ้วนมักจะมีคำถาม เกิดขึ้นในใจเสมอว่า ควรจะกินอะไรดี? กินได้มากน้อยเท่าไร? หรือกินตอนไหนจะอ้วนน้อยที่สุด?


ซึ่งคำถามเหล่านี้มักจะลอยเข้ามาในหัวของกลุ่มคนที่อยากผอมทุกครั้งเมื่อพวกเขาคิดจะรับประทานอาหารอะไรสักอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาหารที่มีแนวโน้มที่จะทำให้อ้วน เพราะมีส่วนประกอบของน้ำตาลที่มากกว่า ด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานนุ่มละมุนลิ้น และเนื้อสัมผัสที่คุ้นเคย ทำให้ทุเรียนกลายเป็นของโปรดของใครหลายๆคน แต่นอกจากความอร่อยที่คุณจะได้รับแล้ว ทุเรียนยังมอบโทษบางอย่างแก่ร่างกายหากรับประทานมันอย่างไม่ถูกวิธี ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ถึงวิธีการบริโภคทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสได้รับประโยชน์จากผลไม้ชนิดนี้แทนที่จะได้โทษที่ใครก็ไม่ต้องการ

การรับประทานทุเรียนให้มีสุขภาพดีสามารถทำได้ไม่ยากเลย เนื่องจากทุเรียนถือเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เนื้อเหลืองอวบของทุเรียน ประกอบด้วยสารอาหารสำคัญดังต่อไปนี้

สารอาหารตัวแรก ก็คือ “แป้งหรือคาร์โบไฮเดรต” ที่เป็นส่วนประกอบที่มากที่สุดในเนื้อของทุเรียน คาร์โบไฮเดรตนี้เองที่มีผลให้คุณเกิดโรคอ้วนได้ง่าย เพราะฉะนั้น จำเป็นจะต้องควบคุมปริมาณการบริโภคให้ไม่มากจนเกินไป สารตัวที่สอง ก็คือ “ไขมัน” ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีอยู่ในปริมาณไม่มากเท่ากับแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต อีกทั้งไขมันที่มียังส่งผลให้ร่างกายได้รับสารตัวที่ 3 หรือ ‘วิตามินอี’ ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย นอกจากวิตามินอีแล้ว ในทุเรียนยังพบวิตามินและแร่ธาตุชนิดอื่นๆ อันได้แก่ ‘กำมะถัน หรือซัลเฟอร์’ ซึ่งหากร่างกายได้รับกำมะถันในปริมาณที่พอเหมาะก็จะมีผลในการฆ่าเชื้อคล้ายกับการได้รับยาปฏิชีวนะอ่อนๆ นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายหรือช่วยไล่พยาธิได้ดี ในทางตรงกันข้าม การรับประทานที่มากเกินไปก็จะเป็นผลให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย สารตัวที่ 4 ก็คือ ‘เส้นใย’ ซึ่งมีผลดีต่อการขับถ่ายหรือการระบายของเสียออกจากร่างกาย ส่วนสารตัวสุดท้าย ก็คือ ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ ที่มีชื่อว่า เคอซิทิน สารตัวนี้เป็นสารตัวเดียวกันกับที่พบในหอมหัวใหญ่และองุ่น และจะพบได้มากในทุเรียนที่กำลังสุกงอม แม้ว่าในทุเรียนจะมีทั้งสารที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป แต่หากร่างกายได้รับประทานทุเรียนเข้าไปในปริมาณที่พอดี หรือรับประทานไม่เกินครั้งละ 2 เม็ด (ขนาดกลาง) ก็จะส่งผลให้ร่างกายได้รับสารที่มีประโยชน์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นข้อดีในด้านการฆ่าเชื้อโรค การไล่พยาธิ การเผาผลาญพลังงาน การช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย หรือการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย

อย่างไรก็ดี ปริมาณการรับประทานทุเรียนที่กล่าวไปก่อนหน้านี้จะเหมาะสมสำหรับคนปกติทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ แต่ในกรณีที่คุณป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ก็จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานทุเรียนให้มากกว่าเดิม และสามารถบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติบริโภคกัน นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกเล็กน้อยหากต้องการมีความสุขในการรับประทานทุเรียนอย่างเต็มที่ นั่นก็คือ ห้ามรับประทานทุเรียนร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เด็ดขาด

 

ข้อมูลดีๆจาก https://www.xn--22c0cohr1b8cc2cr6npa.com


หน้าแรก

นั่งรถไฟเที่ยวเมืองกาญ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *